สำหรับการใช้คำ Adjective (คำคุณศัพท์) ตั้งแต่สองคำขึ้นไปเราจะต้องเรียงลำดับคำ Adjective ดังนี้

1. Determiner (คำบอกจำนวน)– a, an, her, five, many, much several เป็นต้น

2. Opinion (ความเห็น) – pretty, ugly, smart, cheap เป็นต้น

3. Size (ขนาด) – big, fat, thin, tall, large, small เป็นต้น

4. Shape (รูปร่าง) – circle, square, tall, short เป็นต้น

5. Age (อายุ) – old, young 10 years, a year, a week, new เป็นต้น

6. Color (สี) – yellow, green, pink เป็นต้น

7. Origin (ที่มา, เชื้อชาติ) – American, English, Asian, Middle Eastern, African, European, Chinese เป็นต้น

8. Material (วัสดุ) – cotton, wood, plastic, cloth, glass, gold เป็นต้น

9. Purpose/Qualifier – hat box, sleeping bag, computer table, safe island, football field.

 

{ 0 comments }

เรามีหลักการการใช้งานคำ Adjective (คำคุณศัพท์) ดังนี้

1. เรียงไว้หน้าคำนามที่คุณศัพท์นั้นไปขยายโดยตรงได้ ยกตัวอย่างเช่น

He is a strong man. (เขาเป็นคนแข็งแรงมาก) stong เป็น adjective ซึ่งไปวางข้างหน้าเพื่อที่จะขยายคำนามคือ man

2. วางไว้หลัง verb to be ยกตัวอย่างเช่น

She is tall. (เธอเป็นผ็หญิงตัวสูง) คำว่า tall ไปวางหลัง verb to be (is, am, are).

3. วางไว้หลังคำกริยาที่แสดงการรับรู้ ไดแก่คำดังนี้ look (ดู) , taste (มีรส) , feel (รู้สึก) , keep (รักษา) , seem (ดูเหมือนว่า) , smell (มีกลิ่น) , get (ได้รับ) , sound (มีเสียง) ถึงแม้ adjective จะวางหลังคำพวกนี้แต่ก็ตัวมันเองทำหน้าที่ขยายประธาน ยกตัวอย่างเช่น

Tom Yam Kung smells good.

(ต้มยำกุ้งนี้มีกลิ่นน่าทาน)

4. เรียงไว้หลังคำนาม คำสรรพนาม ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค เพื่อช่วยขยายใจความของประโยคให้สมบูรณ์ ยกตัวอย่างเช่น

I make my mom happy.

(ฉันทำให้แม่ฉันมีความสุข)

She drives me crazy.

(เธอทำให้ฉันเป็นบ้าไปแล้ว)

ตำแหน่งของ และลำดับการวางคำ Adjective (คำคุณศัพท์)

เราสามารถเรียงลำดับของ Adjective ได้ดังนี้

ตำแน่งที่ 1

ความเห็น

(Opinion)

 

ตำแน่งที่ 2

ขนาด

(Size)

 

ตำแน่งที่ 3

อายุ

(Age)

ตำแน่งที่ 4

รูปร่าง

(Shape)

ตำแน่งที่ 5

สี

(Color)

ตำแน่งที่ 6

วัสดุ

(Material)

ตำแน่งที่ 7

ที่มา

(Origin)

Pretty Big Young Circular Pink Plastic Chinese

{ 0 comments }

Adjective (คำคุณศัพท์)

by admin on January 26, 2012

Adjective คือ คำคุณศัพท์ที่ใช้ขยายนามหรือสรรพนามเพื่อที่จะบอกลักษณะเพิ่มเติมของคำที่จะขยายนั้นว่าเป็นอย่างไร

คำ Adjective (คำคุณศัพท์) นี้เราสามรถแยกออกได้เป็น 8 ประเภทคือ

1. Descriptive Adjectives คือ คำคุณศัพท์ที่ใช้บอกลักษณะและคุณสมบัติต่างของคำนามว่ามีลัษณะอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น good, bad, tall, shot, black, fat, thin, fat, thin, clever, foolish, poor, rich, brave, cowardly, pretty, ugly และอื่นๆ

ยกตัวอย่างเช่น

Tony is a black rich man.

(โทนี้เป็นผู้ชายผิวเข้มสีที่รวย)

2. Demonstrative Adjectives คือ คำคุณศัพท์ที่ใช้ระบุถึงนามต่างๆ เช่น

The, These, This, That, Those, Such, The same, A, An, Any, Another, One, Some, Such, Other

ยกตัวอย่างเช่น

That boy is crying.

(เด็กผู้ชายคนนั้นร้องไห้)

3. Distributive Adjectives คือ คำคุณศัพท์ที่ใช้ในการแยกนามต่างๆออกจากกัน เช่น each (แต่ละ), every (ทุกๆ), either…or (ไม่อันใดก็อันหนึ่ง), neither…nor (ไม่ทั้งสอง) ยกตัวอย่างเช่น

Every boy in this school loves playing football.

(เด็กผู้ชายทุกๆคนในโรงเรียนนี้ชอบการเล่นฟุตบอล)

Neither Jim nor Joe can drive a plane.

(จิมกับโจไม่สามารขับเครื่องบินได้ทั้งสองคน)

4. Interrogative Adjectives คือ คุณศัพท์ที่ใช้ขยายนามเพื่อให้เป็นคําถามโดยจะวางไว้ต้นประโยคและมีนามตามหลังเสมอ เช่นคำ what, which, whose ยกตัวอย่างเช่น

Which book do you prefer?

(หนังสือเล่มไหนที่คุณชอบ)

Whose car is that?

(รถคันนี้เป็นรถของใคร)

 5. Proper Adjectives คือ คุณศัพท์ที่ใช้ขยายนามเพื่อบอกสัญชาติเช่น English (คนอังกฤษ), American (คนอเมริกา), Thai (คนไทย), Indian (คนอินเดีย), Japanese (คนญี่ปุ่น) เป็นต้น ลองมาดูการใช้งานครับ

Jimy is English but Terry is French.

(จิมมี่เป็นชาวอังกฤษแต่เทอรี่เป็นชาวฝรั่งเศษ)

 6. Numeral Adjectives คือ คุณศัพท์ที่ใช้ในการบอกจำนวนที่แน่นอนของสิ่งของต่าง เราสามารถแบ่งได้ง่ายออกเป็นสี่ชนิดนะครับ คือ

 a. Cardinal Numeral Adjective คือคำคุณศัพท์ที่ใช้บอกจำนวนที่แน่นอน เช่น one, two, three, four, five, six, seven เป็นต้น มาดูตัวอย่างการใช้งานกันครับ

She brings me four baskets of strawberry.

(เธอเอาสตอเบอรี่มาให้ฉันสี่ตะกร้า)

b. Ordinanal Numeral Adjective คือ คุณคำศัพท์ที่ใช้ขยายนามเพื่อบอกลำดับที่ของนาม เช่น first, second, third, fifth, sixth เป็นต้น ตัวอย่างการใช้งาน

They are the first group on this location.

(พวกเขาคือกลุ่มแรกที่มาที่พื้นที่นี้)

He gets the second price of the photography contest in Bangkok this year.

(ปีนี้เขาได้รับรางวัลที่สองของการประกวดภาพถ่ายในกรุงเทพ)

c. Multiplicative Adjective คือ คุณคำศัพท์ที่บอกความทวีคูณของนามเช่น double, triple, quadruple เป็นต้น ตัวอย่างการใช้งาน

This year, the rice production is double because the weather is good.

(ปีนี้ผมผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเพราะว่าอากาศนั้นดี)

  7. Possessive Adjectives คือ คุณศัพท์ที่ใช้ในการขยายนามเพื่อบอกความเป็นเจ้าของของนาม ได้แก่ my(ของฉัน), our(ของพวกเรา), your(ของคุณ), his(ของเขา), her(ของเธอ), its(ของมัน) และ their (ของพวกเขา) ยกตัวอย่างการใช้งาน

My dog is five-year-old.

(หมาของฉันนั้นอายุห้าขวบ)

8. Quantitative Adjectives คือ คุณศัพท์ที่ใช้ในการบอกปริมาณ เพื่อบอกให้ทราบว่ามีปริมาณเท่าไร มากน้อยเพียงใด แต่ไม่ได้บอกเป็นจำนวนที่แน่นอน ได้แก่คำดังนี้

a little/little (เล็กน้อย)

all (ทั้งหมด)

enough (เพียงพอ)

few /a few (น้อย)

many (มาก)

much (มาก)

no (ไม่มี)

some (บ้าง)

any (บ้าง)

whole (ทั้งหมด)

much (มาก – ใช้กับนามนับไม่ได้)

many (มาก – ใช้กับนามนับได้)

ยกตัวอย่างการใช้งาน

I have few dollars in my pocket.

(ฉันมีเงินไม่กี่ดอลล่าในกระเป๋าของฉัน)

 

{ 0 comments }

บางคำที่ adverb นั้นมีรูปเดียวกับ adjective ซึ่งมีความหมายเหมือนกันแต่ต่างกันแค่หน้าที่ ยกตัวอย่างเช่น

daily (รายวัน,ต่อวัน)

early (ตอนต้น, เช้า)

far (ไกล)

fast  (รวดเร็ว,ด่วน)

first (แรก)

hard (หนัก)

high (สูง)

late (ช้า)

little (น้อย)

long (ยาว)

loud (ดัง)

low (ต่ำ)

monthly (รายเดือน)

much (มาก)

near (ใกล้)

straight (ตรง)

weekly (รายสัปดาห์)

wide (กว้าง)

yearly (รายปี)

ยกตัวอย่างการใช้งานเพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้น

คำว่า daily (รายวัน,ต่อวัน)

กรณีแรกเป็น Adverb

She takes tablets twice daily.

(เธอทายยาเม็ดสองครั้งต่อวัน)

กรณีที่สองเป็น Adjective

The database must be backed up on a daily basis.

(ฐานข้อมมูลต้องได้รับการสำรองข้อมมูลทุกวัน)

คำว่า fast (รวดเร็ว,ด่วน)

กรณีแรกเป็น Adverb

He runs fast.

(เขาวิ่งอย่างรวดเร็ว)

กรณีที่สองเป็น Adjective

The fast train to Chiengmai takes less than 6 hours.

(รถไฟด่วนที่ไปเชียงใหม่ใช้เวลาเดินทางน้อยกว่าหกชั่วโมง)

{ 0 comments }

คำ Adverbs มีทั้งรูปแบบที่มี ly และไม่เติม ly บางคำเมื่อทำการเติม ly นั้นจะทำให้ความหมายนั้นเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่น

Adverb เมื่อไม่เติม ly Adverb เมื่อเติม ly
hard – ลำบาก,ยาก hardly –แทบจะไม่, ไม่ค่อยมี,ไม่อย่างแท้จริง
high –สูง highly –อย่างมาก
late –สาย, ช้า lately –เมื่อเร็วๆนี้
near –ใกล้ nearly –เกือบจะ
wide –กว้าง widely –โดยทั่วๆไป

เรามาลองดูตัวอย่างการใช้งานดูครับ

High – Highly

The kite flies high in the sky.

(ว่าวตัวนี้บินขึ้นสูงใบในท้องฟ้า)

This lens is highly recommended.

(เลนส์อันนี้ได้รับการแนะนำอย่างมาก)

Hard-Hardly

Tim works so hard.

(ทิมทำงานอย่างหนัก)

Joe hardly read books for the examination.

(โจแทบจะไม่ได้อ่านหนังสือสำหรับการสอบ)

{ 0 comments }

คำ Adverb (คำกริยาวิเศษณ์) โดยส่วนมากนั้นจะมากจากการแปลงคำ adjectives (คุณศัพท์) ซึ่งสามารถทำได้โดยเติม -ly (suffix) ไปข้างหลังคำ adjectives (คุณศัพท์) นั้นๆ แต่อย่างไรก็ดีก็ยังมี Adverb (คำกริยาวิเศษณ์) บางคำที่มาจาก nouns (คำนาม) โดยการเติม – ly เช่นกัน ในบทเรียนนี้เราจะมาเรียนรู้การเปลี่ยนคำต่างๆที่กล่าวมาให้เป็นคำ Adverb กันครับ

1. การใส่ ly หลัง Adjectives (คุณศัพท์) เพื่อที่จะทำการเปลี่ยนคำให้เป้น Adverbs โดยมีหลักการดังนี้

1.1. คำ Adjective ที่ลงท้ายด้วย ic ให้เติม – al และตามด้วย -ly ยกตัวอย่างเช่น

Adjective Adverb
dramatic  dramatically
scientific  scientifically

1.2. คำ Adjective ที่ลงท้ายด้วย le และหน้าตัว le เป็นพยัญชนะ ให้เราตัด e ทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็น y เลย ยกตัวอย่างเช่น

Adjective Adverb
humble humbly
simple simply

1.3 คำ Adjective ที่ลงท้ายด้วย le และหน้าตัว le เป็นสระ (a,e,i,o,u) ส่วนมากแล้วให้เราเติม ly ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น

Adjective Adverb
agile agilely
sole solely

ยกเว้นคำบางคำเช่น

whole เราต้องตัด e ออกแล้วจึงเติม ly เป็น wholly

[click to continue…]

{ 0 comments }

Adverb คือ อะไร

by admin on January 16, 2012

Adverb หรือที่เราเรียกเป็นภาษาไทยว่า กริยาวิเศษณ์ นั้นคือคำใช้ขยายหรือเป็นคำที่ประกอบสำหรับคำชนิดต่างๆ เพื่อที่จะทำให้ได้ความหมายชัดเจนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น คำชนิดต่างๆที่ Adverbs นั้นมาขยายได้แก่

1. กริยา (Verb) ยกตัวอย่างเช่น

She completely forgets to bring me money. (completely เป็น adverb ขยายคำกริยา forget )

2. คำคุณศัพท์ (Adjective) ยกตัวอย่างเช่น

Today, the weather is extremely hot. (extremely เป็น adverb ขยายคำคุณศัพท์ hot )

3. คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) ยกตัวอย่างเช่น

The boat travels very slowly. ( very เป็น adverb ขยายคำว่า slowly ซึ่งเป็น adverbs )

4. คำสรรพนาม (Pronoun) ยกตัวอย่างเช่น

What else he can do? (else เป็น adverb ขยาย what ซึ่งเป็นคำสรรพนาม )

5. กลุ่มคำที่เป็นวลี (phase) ยกตัวอย่างเช่น

Jim drives closely the edge of the road. (closely เป็น adverb ขยายวลี(phase) the edge of the road)

โดยในที่นี้เราจะแบ่ง Adverb (กริยาวิเศษณ์) นั้นออกเป็นหลายชนิดดังนี้

Adverb of Duration กริยาวิเศษณ์บอกระยะเวลา

Adverb of Certainty กริยาวิเศษณ์แสดงความถี่

Adverb of Degree คำกริยาวิเศษณ์ที่บ่งบอกถึง ระดับ หรือ ปริมาณ

Adverb of Frequency กริยาวิเศษณ์แสดงความถี่

Adverb of Manner คำกริยาวิเศษณ์บอกลักษณะอาการ

Adverb of Place  คำกริยาวิเศษณ์บอกสถานที่

Adverb of Time คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา

 

{ 0 comments }

Adverbs of Time คือ คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา เป็นคำซึ่งใช่บ่งบอกถึงเหตุการณ์ต่างๆว่าเกิดขึ้นเมื่อไรหรือ ใช้เวลานานเท่าใด ยกตัวอย่างคำเช่น

 after (หลังจาก)

already (เรียบร้อยแล้ว)

before (ก่อน)

early (เร็วกว่า,แต่เช้า,ตอนต้น)

eventually (ในขั้นสุดท้าย,ท้ายที่สุด)

every week (ทุกๆสัปดาห์)

finally (ในที่สุด)

immediately (โดยกระทันหัน,โดยทันที,เดี๋ยวนี้)

just (เพิ่ง,เพิ่งจะ)

last (ครั้งสุดท้าย,หลังสุด)

next (ถัดไป)

now (ตอนนี้)

once (ครั้งเดียว,หนหนึ่ง)

recently (เมื่อเร็วๆนี้)

sometime (แต่ก่อน)

soon (ในเร็วๆนี้)

still (ยังคง)

then (เวลานั้น, หลังจาก,นอกจากนี้)

today (วันนี้)

tonight  (คืนนี้)

yesterday (เมื่อวาน)

this year (ปีนี้)

การใช้งานและตำแหน่งการวาง Adverbs of Time

 1. โดยส่วนมากนิยมวาง Adverbs of Time ไว้ตรงท้ายประโยด ยกตัวอย่างเช่น

I will go to the party tomorrow.

(ฉันจะไปงานปาร์ตี้พรุ่งนี้)

Tim works so hard today.

(ทิมทำงานหนักมากวันนี้)

 2. เราสามารถย้ายตัว Adverbs of Time มาวางหน้าประโยคโดยที่ความหมายเหมือนเดิม และต้องมีคอมม่า “’,” เป็นตัวกั้น ยกตัวอย่างเช่น

Immediately, he shouts at me.

(ทันทีทันใดนั้น เขาได้ตะโกนใส่ฉัน)

 3. คำบางคำใน Adverbs of Time บางคำ เช่น now, then, once, finally, eventually นั้นสามารถที่จะวางหน้าคำกริยาได้ ยกตัวอย่างเช่น

I eventually discover the solution for this complex question.

(ในท้ายที่สุดฉันก็พบวอธีแก้ไขสำหรับคำถามที่ซับซ้อนข้อนี้)

4. ข้อยกเว้นสำหรับคำว่า just กับ still เราจะต้องวางคำนี้กริยาหลัก ไม่สามารถใช้วางหน้าหรือหลังได้ ยกตัวอย่างเช่น

She is still sleeping.

(เธอกำลังนอนอยู่)

I just watch TV.

(ฉันเพิ่งที่จะดูโทรทัศน์)

 

{ 0 comments }

Adverbs of Place คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่บ่งบอกสถานที่ว่าอยู่ที่ไหน ยกตัวอย่างคำเช่น

upstairs (ชั้นบน)

downstairs (ชั้นล่าง)

inside (ข้างใน)

outside (ข้างนอก)

outdoors (นอกบ้าน,ภายนอก)

indoors (ในร่ม,ในบ้าน)

here (ที่นี้)

there (ที่นั่น)

somewhere (ที่ใดที่หนึ่ง)

nowhere (ไม่มีที่ไหน)

everywhere (ทุกหนทุกแห่ง)

anywhere (ที่ไหนๆก็ได้)

abroad (ต่างประเทศ)

overseas (ต่างประเทศ)

– คำที่ลงท้ายด้วย – wards มักจะเป็น Adverbs of Place ยกตัวอย่างคำเช่น

backwards (ถอยหลัง,ย้อยหลัง)

downwards (ลงไปข้างล่าง)

eastwards (ไปทางตะวันออก)

forwards (ไปข้างหน้า)

homewards (กลับบ้าน)

inwards (เข้ามาข้างใน)

northwards (ไปทางเหนือ)

onwards (ต่อไป,ก้าวหน้า)

outwards (ไปข้างนอก,ออก)

southwards (ไปทางใต้)

upwards (ขึ้นไปข้างบน,สูงกว่า,มากกว่า)

westwards (ไปทางตะวันออก)

*ยกเว้น towards ซึ่งคำนี้เป็น preposition จึงจะต้องตามด้วย noun หรือ pronoun เสมอ

การใช้งานและตำแหน่งการวาง Adverbs of Place

1.วางไว้ท้ายกริยาแท้ (Main Verbs) หรือ กรรม (object) ของประโยค ยกตัวอย่างเช่น

I work overseas.

(ฉันทำงานเมืองนอก)

I see her downstairs.

(ฉันเห้นเธอที่ชั้นล่าง)

2.เราสามารถนำคำเหล่านี้มาวางข้างหน้าโดยมีคอมม่า “,” คั่นนะครับ ยกตัวอย่างเช่น

Anywhere, you can go.

(คุณสามารถไปที่ไหนๆก็ได้)

{ 0 comments }

Adverbs of Manner คือ คำกริยาวิเศษณ์ที่บ่งบอกถึง คุณภาพ อาการ สถานะ ท่าทาง ลักษณะต่างๆของการกระทำ

คำที่เป็น Adverb of Manner ๆด้แก่

actively = อย่างกระฉับกระเฉง

aggressively = อย่างรุนแรง

beautifully = อย่างสวยงาม

carefully = อย่างระมัดระวัง

completely = อย่างสมบูรณ์

consciously = อย่างมีสติ

easily = อย่างง่ายดาย

fast = อย่างรวดเร็ว

intentionally = อย่างตั้งใจ

obviously = อย่างเห็นได้ชัด

promptly = โดยทันที

sincerely = อย่างจริงใจ

specifically = โดยเฉพาะเจาะจง

still = โดยสงบนิ่ง

surprisingly = อย่างน่าประหลาดใจ

together = ร่วมกัน

truly = โดยแท้จริง

well = อย่างดี

quietly = อย่าเงียบๆ

หลักการใช้งาน Adverbs of Manner

1. สามารถวางหน้าหรือหลังกริยาที่ต้องการขยายโดยที่ความหมายคงเดิม ยกตัวอย่างเช่น

She drives carefully every time. หรือ She carefully drives every time.

(เธอขับรถอย่างระมัดระวังทุกครั้ง)

2. เราสามารถนำ Adverb of Manner นั้นมาวางหน้าประโยคก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น

Easily, he completes this task.

(เขาทำงานนี้เสร็จอย่าง่ายดาย)

3. ถ้าในประโยคนั้นเป็น Passive Voice เรามักวาง Adverbs of Manner หน้าคำกริยาหลัก ยกตัวอย่างเช่น

This report is well written.

(รายงานบับนี้ได้ถูกเขียนอย่างดีเยี่ยม)

4. ใช้คำ Adverbs of Manner วางไว้หน้า adjective เพื่อทำการขยาย adjective ยกตัวอย่างเช่น

This answer is obviously wrong.

(คำตอบนี้ผิดอย่างชัดเจน)

5. ถ้าประโยคนั้นมีกรรม นิยมวางคำไว้หลังกรรม ยกตัวอย่างเช่น

He speaks Chinese fluently.

(เขาพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว)

 

{ 0 comments }